เกมฮิตที่เปลี่ยนแนวทางตัวเองเป็น 3D แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า Ep1

เกมฮิตที่เปลี่ยนแนวทางตัวเองเป็น 3D แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า Ep1

การสร้างภาคใหม่นั้นก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องดีขึ้นกว่าในภาคเดิมแต่บางครั้งการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นก็ไม่ถูกใจคนเล่นเอาซะเลย เก่าที่เปลี่ยนรูปแบบตัวเกมจาก 2D มาเป็น 3D แล้วประสบความสำเร็จและล้มเหลวมานำเสนอ

Contra
เกมเมอร์ ยุค 90 น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับเกม Contra
ที่วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่องเกมตู้ในช่วงปี 1987 ก่อนที่จะถูกเอามาทำลงเครื่องเกมต่าง ๆ ในช่วงปี
1988 และเชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักเกมนี้กันเป็นอย่างดี เราคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก
และแน่นอนว่าเมื่อตัวเกมเป็นตำนานเสียขนาดนี้ ย่อมต้องมีภาคต่อออกมา ซึ่งภาคที่ 2 ของซีรีส์อย่าง
Super Contra ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเกมยังคงรักษาความเป็น 2D
มาตลอดในภาคต่าง ๆ แม้ตัวเกมจะเปลี่ยนมาเป็น 16 Bit แล้วก็ตาม จนมาถึงภาค Contra Legacy
of War ที่อยู่บนเครื่อง PlayStation และ Sega Saturn ในปี 1996 ตัวเกมก็เปลี่ยนมาเป็น
3D สมบูรณ์แบบแม้จะทำออกมาได้ดีและสนุกในฐานะเกมแอ็กชัน แต่เกมกลับไม่มีกลิ่นอายของเกม
Contra แบบเก่า ๆ อย่างที่แฟน ๆ ต้องการ จึงไม่ได้รับความนิยมจากแฟนๆเช่นเคย

Castlevania
อีกหนึ่งเกมในตำนานที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1986 บนเครื่อง Family Computer
Disk System และวางจำหน่ายแบบตลับเกมในปี 1987 กับการควบคุม Simon Belmont
ที่บุกปราสาทเพื่อไปปราบ Count Dracula
ตัวเกมเป็นเกมแอ็กชันมุมมองด้านข้างภาคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดภาคหนึ่งในซีรีส์ ก็คือภาค
Castlevania Symphony of the Night บนเครื่อง PlayStation
ที่ตัวเกมยังคงรูปแบบกราฟฟิก 2D ผสม 3D ได้อย่างลงตัว จนมาถึงปี 2003 Konami
ก็มีความคิดที่จะพัฒนาเกมในซีรีส์ Castlevania ให้เป็นรูปแบบเกม 3D
สมบูรณ์แบบที่ต่างกับภาคก่อน ๆ บนเครื่องเกมที่ขายความเป็น 3D อย่างเครื่อง N64 ในชื่อภาค
Castlevania Legacy of Darkness และเมื่อตัวเกมออกมาก็ได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างแย่
เพราะแฟน ๆ ต่างต้องการเกม Castlevania แบบมุมมองด้านข้างมากกว่าแบบที่เห็น

#Mobilegame #Gamer#Game #Gameonline #Online # #เกมส์ออนไลน์ #ฝากขั้นต่ำ50บาท

Leave a Reply

ติดตามข่าวสาร